‘วีระเทพ ป้อมพันธ์’ จากเทพโต๊ะเล็กสู่มิดฟิลด์อัจฉริยะ ‘ช้างศึก’

นาทีนี้คงจะไม่ใครกล้าปฏิเสธว่า “เตอร์” วีระเทพ ป้อมพันธ์ แข้งมิดฟิลด์เนื้อหอมจากค่าย “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด นั้นกำลังเป็นที่น่าจับตามองจากเหล่าแฟนบอลช้างศึกเป็นอย่างมาก หลังจากที่เขาได้ลงสนามไปวาดลวดลายเดบิวต์ในสีเสื้อทัพช้างศึกครั้งแรก ในเกมที่ไล่อัด เจ้าภาพสิงคโปร์ 2-0 ในศึก ซูซูกิ คัพ 2020 รอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา

“จับง่าย จ่ายดี ออกบอลแม่น คลาสบอลสูง คลึงบอลนิ่ม จับบอลนวล ปรับใช้สไตล์โต๊ะเล็กให้เข้ากับสนามใหญ่ได้ดี และมีความฟิตตามวัยหนุ่มแน่น”

ชื่อของ วีระเทพ ป้อมพันธ์ ก็ได้ถูกการเสิร์ชหาข้อมูล และได้กลายเป็นที่พูดถึงจากสื่อขึ้นมาทันที!

เพราะด้วยสไตล์การเล่นที่เรียกว่า คลาสสิก ตามแบบฉบับห้องเครื่องที่มากด้วยเทคนิค ในการจ่ายบอลได้อย่างเนียนตา ไม่ว่าจะเป็นการจ่าย ลูกสั้น ลูกยาว และยังมีความแม่นยำเหมือนชั่งน้ำหนักมาจากบ้าน ยิ่งไปกว่านั้นคือ เขาไม่มีการแสดงอาการตื่นสนามออกมาให้เห็น ไม่มีข้อผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะเป็นการได้ลงเล่นในนามทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกก็ตาม

ส่วนหนึ่งต้องขอชื่นชม มาริโอ ยูรอฟสกี้ กุนซือของทีมที่ได้ยึดแนวทางการทำทีมด้วยการปลุกปั้น “แก๊งค์ยังบลัด” หรือกิเลนสายเลือดใหม่ขึ้นมา พร้อมที่จะกล้าเสี่ยงดวง เปิดโอกาสให้กับแข้งดาวรุ่งหลายคน ได้มีโอกาสพิสูจน์ฝีเท้าตัวเอง จะได้แสดงศักยภาพในตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที

แต่ถ้าหากเราได้ย้อนกลับไปบนเส้นทางฟุตบอลของ วีระเทพ ต้องบอกเลยว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก  เพราะเขาไม่ได้เริ่มจากการเป็นนักเตะเยาวชน หรือได้ไปอยู่ในทีมอคาเดมีไหนมาก่อนเลย ซึ่งไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ แต่วีระเทพได้สร้างตัวเองขึ้นมาด้วยการไปคลุกคลีอยู่ในวงการฟุตซอล หรือที่คนไทยในบ้านเราเรียกกันว่าบอล “โต๊ะเล็ก”

วีระเทพ เริ่มเข้าร่วมทีมฟุตซอลของโรงเรียนศรีบุญยานนท์ ในย่านนนทบุรี ก่อนที่เขาจะทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและไปเข้าตา “สิงห์เอกมัย” โรงเรียนปทุมคงคา สุดยอดทีมโต๊ะเล็กขาสั้นที่มีชื่อเสียงโด่งดัง  ที่นี่เองเป็นที่เริ่มต้นของ วีระเทพ ป้อมพันธ์ สามารถฝึกซ้อมและพัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาได้อย่างก้าวกระโดด จนกลายเป็นนักเตะคนสำคัญที่นำพาทีมโต๊ะเล็ก เดินหน้าไล่กวาดแชมป์ฟุตซอลระดับนักเรียนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ  ทำให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมา จนหลายยกให้เขาเป็น “วันเดอร์คิด” ของวงการฟุตซอลไทย

หลังจากเรียนจบในระดับมัธยมปลาย วีระเทพก็ได้เข้าศึกษาต่อในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งแน่นอนว่าเส้นทางของเขาที่จะเป็นนักฟุตซอลอาชีพนั้น ดูสดใสและเปิดกว้าง  มีหลายทีมในศึกฟุตซอลไทยลีกที่สนใจในฝีเท้า  ต่างยื่นข้อเสนอและอยากได้ตัวของเขาไปร่วมทีม ไม่เว้นแม้กระทั่ง “ฉลามชล” ชลบุรี บลูเวฟ ยอดทีมโต๊ะเล็กของไทย ที่ดูมีภาษี และใกล้เคียงกับการได้ลายเซ็นของเขามากที่สุด

แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดคิด  ในปี 2016 วีระเทพตัดสินใจที่จะหันหลังให้กับวงการฟุตซอล และพร้อมพิสูจน์ตัวเองด้วยความมุ่งหน้า โดยการเปลี่ยนเส้นทางหันมาสวมสตั๊ดและลงนามเซ็นสัญญากับ “ลูกพระเกี้ยว” จามจุรี ยูไนเต็ด ที่ลงเล่นอยู่ในศึกออมสิน ลีกโปร หรือ T3 ของไทย    แต่เส้นทางใหม่ที่เขาตัดสินใจเลือกที่จะเดินแล้ว กลับเป็นไปได้อย่างสวยงาม ด้วยบทบาทมิดฟิลด์กลางสนาม ที่จะต้องคอยขับเคลื่อนบอล และคอยสร้างสรรค์หาโอกาสถวายพานให้กับเพื่อนร่วมทีม  ด้วยการที่มีประสบการณ์จากสนามเล็ก ทั้งการจ่ายบอลเร็ว การจับบอลแรกให้ได้เปรียบคู่ต่อสู้ หรือแม้กระทั่งวิสัยทัศน์ในการอ่านเกม ที่ตัวเขานำมาปรับใช้ได้อย่างยอดเยี่ยมในการลงเล่นฟุตบอล 11 คน วีระเทพมีส่วนในการพาทัพลูกพระเกี้ยว ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลอุดมศึกษารายการ “ช้าง ยู-แชมเปี้ยนส์ คัพ” ในปี 2018  พร้อมกับติดทีมฟุตบอลปัญญาชนไทยไปแข่งกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 19 ที่ประเทศเมียนมา
ผลงานตลอด 3 ฤดูกาลในรั้วทีมจามจุรี เขาได้รับโอกาสลงสนามไปทั้งหมด 64 นัด ทำไป 13 แอสซิสต์กับอีก 3 ประตู ในสีเสื้อลูกพระเกี้ยว

ด้วยฟอร์มการเล่นที่กำลังมั่นใจ บวกกับฝีเท้าที่ดูแล้วว่ามีแววและมีอนาคตทำให้ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมดังในศึกไทยลีก ไม่รอช้าที่จะลองเสี่ยงดวงคว้าตัวมิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 21 ปี เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมทันทีในปี 2018

เขาได้ตอบแทนสโมสร ที่มีความเชื่อใจเขา ด้วยการก้มหน้าก้มตาทำผลงานในสนามได้อย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะการเล่นบอล ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นนั้นคือ เรื่องของการจ่ายบอลไดเร็ก ที่ทะลุทะลวงสร้างความอันตรายให้กับทีม รวมถึงความสม่ำเสมอคงเส้นคงวาของฟอร์มในสนาม  จนในที่สุดก็ไปสะดุดตาของ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือทีมชาติไทย แล้วได้ใส่ชื่อเพื่อไปลุยศึก ซูซูกิ คัพ 2020 ที่ประเทศสิงคโปร์ร่วมกับทีม  แม้เขาจะรู้ตัวว่ายังไงก็ไม่อาจเทียบชั้นกับรุ่นพี่ในทัพช้างศึกได้

แต่เขาก็ไม่ทิ้งโอกาสที่ได้รับ ในการสีเสื้อช้างศึก กับการได้ลงเล่นเกมนัดสุดท้ายของกลุ่มเอ ที่ไล่อัดเจ้าภาพสิงคโปร์ ไป 2-0 วีระเทพ ที่ได้รับโอกาสลงสนามเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริง และก็ไม่ทำให้ผิดหลัง โดยเข้าได้แผงฤทธิ์โชว์ของออกไปสู่สายตาแฟนบอลได้อย่างทันที  พร้อมกับทำสถิติในการจ่ายบอลสำเร็จสูงสุดในสนามด้วยความแม่นยำถึง 88% เลยทีเดียว

หลังจากจบเกมนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรกับผลงานอันยอดเยี่ยมของเขา ที่จะทำให้หลายทีมทั้งในไทยลีก และเจลีก สนใจอยากจะได้ตัวแข้งวัย 25 ปีไปร่วมทีมหลังจบทัวร์นาเมนต์ และหากดูตามสัญญาของเขากับกิเลนผยอง ที่กำลังจะหมดลงในปีหน้า…

น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวว่าหลังจากนี้ อนาคตของ วีระเทพ ป้อมพันธ์ จะดำเนินต่อไปอย่างไร หากเขาจะต้องรักษามาตรฐานการเล่นได้สม่ำเสมออย่างต่อเนื่องแบบนี้

ไม่แน่ว่านักเตะไทยที่จะไปค้าแข้งลีกอาชีพอย่าง “เจลีก” ของญี่ปุ่น อาจจะเป็น “วีระเทพ ป้อมพันธ์” ก็เป็นได้…