ไรอัน กิ๊กส์ “ปีกพ่อมด” ผู้จงรักภักดี ของ ปีศาจแดง



     นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ได้กำเกิดยอดนักเตะอย่างมากมาย ที่จะได้รับฉายาว่า “ปีกพ่อมด” ด้วยลีลาการลากเลื้อยที่สะกดคนดู ราวกับมีเวทมนต์บนปลายเท้า แต่จะมีสักกี่คนละ ที่จะมีความจงรักภักดีและพร้อมที่จะรับใช้สโมสรฟุตบอลเพียงแห่งเดียวได้ตลอดชีวิต ได้เหมือนกับปีกพ่อมดชาวเวลส์ ผู้นี้  ที่ชื่อว่า  “ไรอัน กิ๊กส์”  เขาเป็นสุดยอดนักฟุตบอลที่มีความเก่งกาจและได้รับการยอมรับจากผลงานความสำเร็จมากมาย ในการสวมเสื้อของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรแรกและสโมสรสุดท้ายในชีวิตของเขาเลย

ไรอัน กิ๊กส์ เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน  ปี ค.ศ. 1973 ที่เมือง คาร์ดิฟ์ ประเทศ เวลส์ เดิมใช้นามสกุล วิลสัน ตามคุณพ่อ อดีตนักรักบี้ แต่ได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุล กิ๊กส์ ของแม่  เขาได้ย้ายจาก เวลส์ มาอยู่ที่อังกฤษ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ  ในวัยเด็กของกิ๊กส์ ได้ศึกษาวิชาความรู้ รวมทั้งได้ร่ำเรียนวิชาลูกหนังอยู่ในอังกฤษ  แม้ว่ากิ๊กส์ จะมีความภูมิใจที่มีหลายเชื้อชาติผสมผสานกัน และเคยเป็นถึงกัปตันทีมนักเรียนอังกฤษ แต่ไรอัน กิ๊กส์ ก็เลือกที่จะรับใช้ทีมชาติเวลส์ ในเวลาต่อมา
ในวันเกิดปีที่ 14 ของเขา  กิ๊กส์ เกือบที่จะได้เซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่แล้ว แต่ว่าทางสโมสรจะไม่เซ็นสัญญากับเขา เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เดินทางไปที่บ้านของกิ๊กส์ เพื่อติดต่อนักฟุตบอลหนุ่มน้อยคนนี้มาร่วมทีมเป็นนักเตะเยาวชนกับแมนฯยู   และนี้คือโชคชะตาของเขาที่ถูกลิขิตมาเพื่อให้เขาได้เป็นซูเปอร์สตาร์ใน “โรงละครแห่งความฝัน” ณ โอลด์ แทรฟฟอร์ด กับพรสวรรค์ที่ประกายออกมาได้อย่างโดดเด่นเหนือนักเตะในรุ่นเดียวกัน

การที่ เฟอร์กี้ ตัดสินใจคว้า กิ๊กส์ มาในครั้งนี้ของเฟอร์กี้ นับว่าเป็นตัดสินใจที่ดีที่สุดของยอดผู้จัดการทีมคนนี้  ซึ่งหลังจากที่กิ๊กส์ ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะฝึกหัดของทีมได้ 3 ปี ก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในวันเกิดอายุครบรอบ 17 ปี และก็เริ่มต้นด้วยการลงสนามเป็นเกมแรกในเกมกับเอฟเวอร์ตัน ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1991 ถึงแม้ว่าจะลงเป็นตัวสำรอง ไปแทนเดนนิส เออร์วิน แบ็กซ้ายจอมเก๋าชาวไอริช
หลังจากนั้น กิ๊กส์ มาแจ้งเกิดให้ตัวเองอย่างเต็มตัวในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ ครั้งแรกของเขา ในช่วงท้ายฤดูกาล  โดยเขาเป็นผู้ยิงประตูชัยให้ทีมยูไนเต็ด เอาชนะซิตี้ ได้และเป็นประตูแรกของเขาด้วย ทำให้เขาเริ่มได้รับความสนใจและเป็นที่จับตามองในฐานะ “เจ้าหนูมหัศจรรย์” คนใหม่ของวงการฟุตบอลอังกฤษ
ด้วยลีลาการลากเลื้อยสุดมหัศจรรย์ ประกอบกับหน้าตาที่หล่อเหลาทำให้ “กิ๊กซี่” กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ดวงใหม่ในเวลาอันรวดเร็ว  แต่กิ๊กส์ ก็ได้รับการอบรมดูแลใกล้ชิด จาก เฟอร์กี้ ทำให้เขาไม่เตลิดเสียคนไปซะก่อน แถมยังจะเป็นกำลังสำคัญที่เข้ามาช่วยให้ทีม ประสบความมสำเร็จอันยิ่งใหญ่ตลอดยุคทศวรรษที่ 90 โดยเฉพาะการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพเป็นสมัยแรกหลังจากที่เปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 เดิมในฤดูกาล 1992/93 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 26 ปีของแมนฯ ยูไนเต็ด  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการได้แชมป์  ที่ต่อมาจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกจนเบื่อได้ถึงอีก 8 สมัย!

อีกหนึ่งของความภาคภูมิใจ ที่เป็นตำนานของ “ปีศาจแดง”  นั้นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของ แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด ในการคว้า “เทรเบิ้ลแชมป์” หรือการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียวกันคือพรีเมียร์ลีก ,เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 1999 โดยกิ๊กส์ นั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะในเกม ศึกเอฟเอ คัพ  เมื่อเขาได้สร้างปาฏิหาริย์ ด้วยการลากบอลจากกลางสนาม ฝ่าผู้เล่นกันเนอร์ส แล้วเข้าไปยิงมุมแคบ เข้าแสกหน้าของเดวิด ซีแมน ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษของอาร์เซนอล  เป็นประตูชัยให้ทีมชนะในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ  ประตูนี้ทำให้เขาได้รับการสดุดีจากทุกมุมโลกว่าเป็นหนึ่งในประตูที่คลาสสิคที่สุดตลอดกาลของรายการเอฟเอ คัพ
อาการบาดเจ็บ คือปัญหาบั่นทอนกำลังใจชีวิตของกิ๊กส์ ที่ทำให้ฟอร์มการเล่นที่เคยสุดยอดตกต่ำลงไป  แต่หลังจากที่ได้รับการดูแลอย่างดี บวกกับความเป็นมืออาชีพที่น่านับถือของ กิ๊กส์ ในที่สุด “ปีกพ่อมด” ก็สามารถที่จะกลับคืนสู่สนาม มาเป็นยอดนักเตะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จะขาดไม่ได้เหมือนเดิมและเขายังสามารถจะสลับไปเล่นได้ในหลายบทบาทด้วย ทั้งกองหน้าตัวต่ำ หรือตัวทำเกมกลางสนาม

และในเวลานี้ กิ๊กส์ ได้กลายเป็นนักฟุตบอลที่สร้างตำนานในทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว  ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมในฐานะปีกพ่อมดที่จงรักภักดีรับใช้แมนฯ ยูไนเต็ด มาโดยตลอด ไม่เคยคิดที่จะย้ายหนีไปไหน  มันจึงทำให้ ไรอัน กิ๊กส์  เป็นขวัญใจที่ชาว “ปีศาจแดง” รักมากที่สุดคนหนึ่ง และทำให้ชื่อของเขาจะถูกจดจำและจารึกไว้ในฐานะตำนานผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของสโมสรตลอดกาลเคียงข้างเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ,จอร์จ เบสต์ และเอริค คันโตน่า